@@…กราบสวัสดีคร้าบ…มิตรรักแฟนคลับขาประจำสื่อ INNWhy กับคอลัมน์ก็อสซิปคนแวดวงการประกันภัย SPY MAN รอบสัปดาห์นี้เราวนกลับมาพบกันตรงกับวันจันทร์ที่ 9 ธันวาคม 2567 เดือนแห่งเทศกาลสร้างผลงานทิ้งทวนท้ายปี ก่อนที่วันเวลามันจะหายไปอีกปีหนึ่งของวัฏจักร “สัตว์โลก” และรอบสัปดาห์นี้ก็ต้องบอกว่าขอย้อนไปกับเรื่องราวข่าวใหญ่ในอเมริกาที่กลายเป็น “วาทะโลก” ของวงการประกันภัยไปแล้ววันนี้…@@

@@…กับเหตุสลด!! ที่ “ไบรอัน ทอมป์สัน” (Brian Thompson) วัย 50 ปี ซีอีโอของบริษัทประกันใหญ่สุดของอเมริกาที่มีชื่อว่า “ยูไนเต็ด เฮลธ์แคร์” (UnitedHealthcare) ถูกสังหารด้วยปืนเมื่อช่วงเช้าวันพุธ 4 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น บริเวณหน้าโรงแรมฮิลตัน ซึ่งตั้งอยู่ในย่านมิดทาวน์ ใจกลางเกาะแมนฮัตตัน…แล้วหลังการจากไปของเขาเหมือนว่า “สายสืบโซเชียล” ทำงานบกพร่องกันขึ้นมาทันทีง้านหล่ะ…@@

 @@…แล้วยังมีกระแสสังคมที่ดังออกมาจาก “ชาวมะกัน” ประมาณว่า…ถ้าหากวันไหน “มือปืน” ผู้ลงมือสังหารไบรอันโดนจับโดนคดีเข้าคุกเข้าตารางขึ้นมา…พวกเขายินดีที่จะเข้าไปช่วยเหลือเกื้อกูลเกื้อหนุนครอบครัวมือปืนผู้นั้นทันทีอีกด้วย…ห๊ะ!! มันเกิดอะไรขึ้น!! ซึ่งพอเราเข้าไปติดตามข่าวสารหลายสำนักต่างประเทศที่นำเสนอกันอย่างต่อเนื่องมาระยะหนึ่งนั้น…พอจับโจทย์สำคัญได้ว่า…มีความเป็นได้สูงสุดเกี่ยวกับงานที่เขาทำ!!…@@

@@…ยิ่งเมื่อโยงไปถึง “ปลอกกระสุน” ที่ตำรวจเจอในที่เกิดเหตุ ที่มีการสลักคำไว้ว่า “deny” (ปฏิเสธ), “defend” (ป้องกัน)  และ “depose” (ปลด) ซึ่งบางสื่อมีการตีความขยายไปเทียบกับคำหรือความหมายที่อาจแปลเป็นภาษาไทยว่า ล่าช้า ปฏิเสธ ป้องกัน เกี่ยวกับเหตุที่บริษัทประกันไม่จ่ายค่าเคลมประกันฯ ให้วิเคราะห์เหตุตามมาอีกด้วย…ซึ่งนั่นกระแสกำลังพุ่งไปที่การบริหารงานบริษัทประกันฯ ที่ทำกำไรมหาศาลของเขา!!…@@

@@…จากข่าวอีกเช่นกัน…ที่ว่า “ไบรอัน ทอมป์สัน” เป็น CEO ของบริษัทประกันสุขภาพชื่อดังที่มีอัตราการปฏิเสธการจ่ายเคลมประกันเบื้องต้นถึง 90% ด้วยข้ออ้างโน่นนี่ว่าไม่ครอบคลุม ฯลฯ ต้องไปฟ้องเอาเอง จนอัตราการปฏิเสธการจ่ายลดลงมาอยู่ที่ 32% ซึ่งถือว่า “ปฏิเสธเคลม” สูงสุดในบรรดาบริษัทประกันสุขภาพทั้งหมดของอเมริกา…จนทำให้ปี 2023 บริษัทมีรายได้มากกว่า 3.71 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ กันเลยหล่ะ…@@

@@…ข่าวนี้จึงต้องบอกว่า…วันนี้ไม่ได้ดังเฉพาะอเมริกา…แต่กำลังเป็นประเด็นให้ผู้คนในแวดวงการประกันภัยทั่วโลกให้ความสนใจและติดตามศึกษา “กรณีตัวอย่าง” นี้กันอย่างหลากหลาย ด้วยเหตุการณ์อย่างนี้มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นกับ “CEO” ในบริษัทประกันใดไหนในโลกนี้ได้เช่นกัน…หากว่าพื้นที่นั้นๆ มีความเข้มข้นความเดือดร้อนของ “ผู้เอาประกันฯ” ถึงขั้นระเบิดแตกเช่นนี้…@@

@@…สำหรับบ้านเรา…ความเป็นไปได้น่าจะไม่ค่อยสูง…เพราะบริษัทฯ ล้วนยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล!! และการพิจารณารับประกันฯ​ กันอย่างถูกต้องตั้งแต่แรกเริ่ม!! แต่อาจจะมีความเป็นไปได้ในอนาคตหากมี CEO บริษัทใดบริษัทหนึ่งมองข้ามเรื่อง “ความถูกต้อง” ในการรับประกันฯ ตั้งแต่เริ่มแรก…เพื่อกวาดเบี้ยหวังผลงานเฉพาะหน้าแค่สองสามปีตามวาระ KPI แห่งชาติ…CEO คนที่มารับไม้ต่อก็มีสิทธิ์ตกที่นั่งลำบากเหมือนกัน…@@

@@…ที่สำคัญวาระเรื่อง “ประกันสุขภาพ” ในบ้านเราก็กำลังเป็นประเด็นให้ผู้คนต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด…กับการที่ปี 2568 อุตสาหกรรมจะเริ่มมีการใช้ “เงื่อนไข” ค่าใช้จ่ายร่วม (Co pay หรือ Co-Payment) สำหรับ “ลูกค้าเก่า” ที่มีการเคลมประกันสุขภาพสูงเกิน เมื่อต่อสัญญาในปีถัดไปก็จะมีการกำหนดอัตรา Co pay นี้อย่างชัดเจนว่าจะเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ แล้วหากปีที่ต่อสัญญานี้ลูกค้าไม่ได้เคลมปีต่อถัดไปจะกลับมาเป็นปกติได้…@@

@@…สำหรับ “ลูกค้าใหม่” ที่ยังไม่เคยทำประกันสุขภาพกับบริษัทมาก่อน…ก็มีโอกาสที่จะ “เลือก” ที่จะเข้าร่วมการใช้เงื่อนไข Co pay ก็ได้หรือไม่ร่วมก็ได้…ถ้าร่วม! เบี้ยถูกลง!…นั่นเป็นทางออกของระบบประกันสุขภาพแนวทางเลือกที่ผู้เกี่ยวข้องคิดว่าน่าจะแก้ปัญหา “เคลมสูง” ที่มาจากการเคลมประกันฯ แบบไม่มีความจำเป็นทางการแพทย์!! ซึ่งต่อไป…เป็นหวัดปวดหัวตัวร้อน!! ก็ดูแลดูอาการที่บ้านก่อนไปหาหมอหล่ะ…@@

@@…มีนัยยะบางอย่างให้วิเคราะห์ต่อว่า…ทำไม!! ในปี 2568 “สำนักงาน คปภ.” ได้ประมาณการอัตราการเติบโตของตลาดประกันสุขภาพบ้านเราไว้ไปในทำนอง “ลดลง” คือเติบโตแต่เติบโตน้อยลง…ซึ่ง “คุณชูฉัตร ประมูลผล” เลขาธิการ คปภ. ได้แถลงคาดการณ์ไว้ว่า ระหว่าง มกราคม-ธันวาคม 2568 ตัวเลขจะอยู่ที่ 131,203-133,888 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ -2.26% ถึง -0.26%…@@

@@…เพื่อให้เห็นภาพ…สำนักงาน คปภ.ได้คาดการณ์การเติบโตประกันสุขภาพตั้งแต่ต้นมกราคมถึงปลายธันวาคม 2567 ไว้ว่าจะเติบโตจากปี 2566 อยู่ที่ +7.32% ถึง +9.32% หรือตัวเลขเบี้ยประกันสุขภาพทั้งระบบจะปิดหีบในปีนี้กันประมาณ 133,002 – 135,481 ล้านบาท…จากตัวเลขประมาณการ 2 ปีนี้ทำให้รับรู้กันได้ว่า…ปี 2568 ตลาดประกันสุขภาพบ้านเรา…เปลี่ยนไปแน่นอน!!…@@

@@…รอบสัปดาห์นี้…คงมาแต่เรื่องประกันสุขภาพหล่ะ…จากโลกสู่ไทยสู่บริษัทสู่ CEO ที่จะต้อง “ใส่ใจ” กับความรู้สึกของ “ลูกค้า” อย่างละเอียดลออ…แม้ว่ากฎระเบียบจะเปิดช่องเปิดทางอย่างไร แต่ถ้าผู้ใช้ผู้เกี่ยวข้องไม่มีคำว่า “สุจริตใจ” ต่อกัน…ประกันสุขภาพบ้านเราจะปรับอะไรไปเท่าไหร่ก็ไม่ได้แปลว่า “ถูกแล้วดีแล้ว” ที่สำคัญโจทย์ใหญ่สุด…โรงพยาบาลเอกชนจะมีกลยุทธ์ตลาดอย่างไรให้ท้าทายมากขึ้นปีหน้า 2568 สวัสดี!!…@@

เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!....