พนักงานบริษัทในอินเดียเคลมกระจาย ผลวิจัยชี้กลุ่มอายุ 25 -35 ปี ครองแชมป์เคลมประกันเยอะสุด ผู้หญิง 60% ส่วนใหญ่เป็นเคลมคลอดบุตร ขณะที่แนวโน้มเคลมพุ่ง ต้นทุนค่ารักษาพยาบาลขยับขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลนายจ้างแห่ปรับประกันสุขภาพกลุ่มที่ซื้อเป็นสวัสดิการพนักงาน เล็ง co-payment และ deductible หวังบริหารค่าเบี้ยและคุ้มครองเพียงพอ
เว็บไซต์ AsiaInsuranceReview รายงานข่าวว่า Policybazaar.com เปิดผลการศึกษาวิจัยชี้ พนักงานชาวอินเดียที่มีอายุระหว่าง 25-35 ปีเป็นกลุ่มที่มีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากอุตสาหกรรมประกันภัยมากที่สุด โดยเป็นผู้หญิงถึง 60% เทียบกับผู้ชายที่มีสัดส่วนในการเคลมอยู่ที่ 40% ซึ่งเคลมส่วนใหญ่ของผู้หญิงเป็นความคุ้มครองเกี่ยวกับการคลอดบุตร
ผลการศึกษาเผยให้เห็นด้วยว่า ปัจจุบัน ต้นทุนด้านการรักษาพยาบาลกำลังเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากค่าบริการด้านการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลเอกชนที่สูงและขั้นตอนทางการแพทย์ที่มีราคาแพง นอกจากนี้ รายงานยังเน้นย้ำถึงกลยุทธ์ใหม่ๆ ขององค์กรต่างๆในการมอบสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพที่ครอบคลุมและเฉพาะบุคคลมากขึ้น ซึ่งเหมาะกับกลุ่มประชากรวัยแรงงานโดยเฉพาะ
Sajja Praveen Chowdary กรรมการ PolicyBazaar.com กล่าวว่า “แนวโน้มที่เปลี่ยนแปลงไปในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนประกันสุขภาพกลุ่มมุ่งเน้นไปที่ต้นทุนการรักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้นและความจำเป็นในการดำเนินการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนที่มีประสิทธิภาพ”
การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มพนักงานที่มีอายุระหว่าง 35ปี ถึง 45 ปี สะท้อนถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของโรคที่เกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์ประจำวัน อาทิ โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคที่เกี่ยวข้องกับความเครียด เป็นต้น โดย PolicyBazaar.com กล่าวว่า บริษัทต่างๆ กำลังปรับแต่งสวัสดิการด้านสุขภาพให้เหมาะกับกลุ่มอายุของพนักงานมากขึ้น เช่น ความคุ้มครองการคลอดบุตรที่เพิ่มขึ้นสำหรับพนักงานหญิง และสวัสดิการด้านสุขภาพสำหรับพนักงานทั่วไป
นอกจากนี้ ผลการศึกษายังพบว่า บริษัทที่ดำเนินธุรกิจในกลุ่มเมือง Tier 1 กำลังเลือกแผนประกันที่มีจำนวนเงินเอาประกันภัยที่สูงขึ้นเพื่อคุ้มครองพนักงานจากค่าใช้จ่ายส่วนเกิน ขณะที่นายจ้างในกลุ่มเมือง Tier 2 และ Tier 3 กำลังสำรวจประกันสุขภาพในรูปแบบการมีส่วนร่วมจ่าย( co-payment ) และรูปแบบความรับผิดส่วนแรก (deductible ) เพื่อให้สามารถบริหารจัดการค่าเบี้ยประกันภัยที่ต้องจ่ายได้ ในขณะที่ยังคงมีความคุ้มครองที่เพียงพออยู่
แรงงงานในอุตสาหกรรมที่ต้องใช้กำลังกายมาก เช่น การผลิต การก่อสร้าง การขนส่ง และโลจิสติกส์ มีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนประกันภัยสุขภาพกลุ่มสูงสุด โดยอุตสาหกรรมที่นำประกันสุขภาพกลุ่มมาใช้เพิ่มขึ้น มุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ด้านสวัสดิการพนักงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคส่วนที่มีพนักงานวัยหนุ่มสาวที่ใส่ใจด้านสุขภาพ
แผนประกันสุขภาพที่ปรับแต่งได้และยืดหยุ่นได้กำลังได้รับความนิยม มีการนำเสนอระบบการจัดการการแพทย์และสุขภาพทางไกลผ่านการใช้เทคโนโลย ( telehealth) มาใช้ รวมถึงการสนับสนุนด้านสุขภาพจิต และโปรแกรมการจัดการความเครียด โดยบริษัทที่อยู่ในภาคเทคโนโลยีกำลังผูกรวมแรงจูงใจด้านสุขภาพเข้ากับบริการต่างๆ อาทิ การเป็นสมาชิกฟิตเนสและแอปติดตามสุขภาพไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อส่งเสริมการจัดการด้านสุขภาพเชิงรุก
ผลการศึกษายังพบว่า ในแง่ของความถี่ในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนของพนักงาน พนักงาน 5% ถึง 7% ยื่นเรื่องเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนหลายครั้งต่อปี ซึ่งเป็นการเคลมผลกระทบของโรคเรื้อรังและอาการป่วยซ้ำ
โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคทางเดินหายใจ และปัญหาเกี่ยวกับข้อต่อ เป็นสาเหตุหลักของการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนซ้ำในหมวดหมู่การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนของพนักงาน โดยบริษัทที่อยู่ในพื้นที่ที่ไม่ใช่เขตเมืองกำลังสนับสนุนให้พนักงานใช้โรงพยาบาลที่อยู่ในเครือข่ายบริษัทประกันเพื่อเพิ่มประโยชน์สูงสุดที่พวกเขาจะได้รับโดยไม่ต้องสำรองจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาล ขณะที่ในปัจจุบัน บริษัทประกันกำลังขยายเครือข่ายโรงพยาบาลที่ไม่ต้องสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลในเขตเมือง Tier 2 และ Tier 3 เพื่อขยายการให้บริการลูกค้า รวมถึงเพิ่มอัตราการใช้บริการโรงพยาบาลในเครือข่าย
เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!....
ทีมงาน INN WHY? รายการเพื่อผู้บริโภค ร่วมปฏิวัติความคิด ปรับเปลี่ยนชีวิต ก้าวสู่ความมั่นคง หลังเกษียณ
ติดตามเราได้ที่ไลน์แอด @INNWHY.TV หรือ Facebook.com/INNWHY.TV และ Youtube.com/c/innwhy
Contact us : INNWHY31@gmail.com