รู้จัก 5 แอพฯ คู่ใจช่วยออมเงินนักท่องโลก

ในโลกที่ไร้พรมแดนทุกการเชื่อมต่อการเข้าถึงกันก็ง่ายขึ้น นอกจากความสะดวกสบายของประชากรโลกที่มากขึ้นตามแล้ว สิ่งเร้ามากมายจากโลกออนไลน์ก็เยอะขึ้นด้วย ไม่เพียงเฉพาะการเกิดยุคทองของการช้อปปิ้งออนไลน์ หรือที่หลายคนเรียกกันว่า “อีคอมเมิร์ซบูม” แต่มันยังมีนัยยะสำคัญต่อ “นักเดินทางท่องโลก” มากขึ้นเท่านั้น เพราะการเห็นโลกที่กว้างขึ้นก็เปรียบเสมือนกับการสร้างผลกำไรชีวิตไปด้วย

แต่สิ่งที่น่าคิดในยุคออนไลน์ไม่ใช่ประเด็นที่ว่า เราจะก้าวให้ทันโลกดิจิทัลอย่างไร แต่สิ่งที่ควรไตร่ตรองและน่าสนใจมากกว่าคือ เราจะจัดการและรับมือกับสิ่งเร้าต่างๆ รอบตัวได้อย่างไรมากกว่า โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่กลายเป็นพฤติกรรมหลักๆ ของคนในทุกเพศทุกวัยไปแล้ว ทั้งพฤติกรรมการท่องเที่ยวแบบโซโล หรือบุกเดี่ยว, เที่ยวเป็นกลุ่มเพื่อน หรือเป็นครอบครัว

ปัญหาใหญ่ก็คือ สิ่งเร้ายิ่งเยอะ ความอยากรู้อยากเห็นและอยากลองก็เยอะขึ้นตาม ดังนั้น การวางแผนงบประมาณสำหรับการเดินทางดูเหมือนว่าจะเป็นหนึ่งในปัจจัยต้นๆ ที่นักเดินทางต้องคิดคำนวนไปด้วย

และด้วยความที่โลกดิจิทัลมีความก้าวหน้าขึ้นมาก วิธีการออมเงินต่างๆ จึงมีความหลากหลายมากขึ้น ไม่ใช่แค่การใช้วิธีการออมแบบเดิมๆ เช่น การออมด้วยตัวเอง แบ่งเป็นสัดส่วน ¼ หรือ ฝากเงินกับธนาคาร แต่ขณะนี้ตัวช่วยอย่าง “แอพพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟน” กลายเป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการออมเงินเพื่อทำตามฝัน เช่น ท่องเที่ยวในโลกที่กว้างขึ้น

เว็บไซต์ travelandleisure ได้รวบรวม 5 แอพพลิเคชั่นที่ถือว่ามาแรงและยังเป็นที่นิยมของหลายประเทศทั่วโลกว่าใช้งานได้จริง มีประโยชน์ และไม่ยุ่งยาก แถมยังปลอดภัยมากๆ ในแง่ของระบบไซเบอร์การป้องกันต่างๆ ส่วนใหญ่จะมีกระบวนการใช้งานและจุดประสงค์ที่คล้ายกัน ดังต่อไปนี้

  1.  Digit เป็นบริการฟินเทคที่ช่วยเรื่องการออมเงินให้ผู้ใช้แบบอัตโนมัติ มีจุดประสงค์เพื่อการออมเงินเป็นหลัก โดยวิธีใช้งานคือผู้ใช้จะต้องเชื่อมบริการ Digit เข้ากับบัญชีธนาคาร และในทุกๆ วัน Digit จะประเมินลักษณะการใช้จ่ายและหักเงินเล็กน้อยจากบัญชีธนาคารเข้ามาเก็บไว้ในบัญชี Digit แต่ไม่ต้องกังวลว่าเราจะไม่เหลือเงินใช้ในชีวิตประจำวัน เพราะกระบวนการหักเงินจากบัญชีอัตโนมัตินั้นมาจากขั้นตอนในระหว่างการสมัคร ซึ่งผู้ใช้บริการจะเป็นคนกำหนดสัดส่วนที่จะให้ Digit ดึงเงินออกจากบัญชีเอง

 

 2. botta แม้ว่าแอพพลิเคชั่นตัวนี้จะไม่ได้เป็นการออมเงินโดยตรง แต่ก็สามารถช่วยประหยัดเงินได้เมื่อผู้ใช้นิยมการช้อปปิ้งสินค้าตั้งแต่สินค้าอุปโภคบริโภค ยันเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋าสวยๆ ผ่านลักษณะการแจกคูปองส่วนลดซึ่งผู้ใช้สามารถเช็คร้านค้าที่เข้าร่วมรายการ และหลังจากที่ซื้อสินค้าเสร็จเพียงแค่สแกนใบเสร็จด้วยแอพฯ iBotta แล้วทางแอพฯ จะจ่ายเงินผ่านทาง Paypal คืนให้กับคุณซึ่งเงินที่โอนเข้ามานั้นก็คือส่วนต่างของราคาสินค้าที่ถูกลง ลองคิดดูหากเราสามารถซื้อสินค้าในราคาที่ถูกกว่าที่อื่นได้ เงินในส่วนที่เหลือนั้นก็ถือว่าเป็นการออมได้อย่างนึง


3. Retail Me Not อีกหนึ่งแอพพลิเคชั่นที่กลุ่มวัยรุ่นนิยมใช้ เพราะแอพฯ นี้จะช่วยให้คุณประหยัดเงินได้มากทีเดียว แอพฯ นี้จะคล้ายๆ กับ Ibotta แต่จะมีรายการที่เข้าร่วมมากกว่า และไม่ใช่แค่เพียงส่วนลดในห้างสรรพสินค้าหรือร้านค้าปลีกขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ร้านค้าเล็กๆ มากมายก็เข้าร่วมด้วยเช่นกัน พูดง่ายๆ ก็คือผู้ที่ใช้แอพฯ นี้จะมีทางเลือกที่มากกว่าในการซื้อของเมื่อเทียบกับหลายๆ แอพฯ โดยมีขั้นตอนง่ายๆ เพียงแค่ในทุกๆ วันเราต้องเช็ค “ข้อเสนอสุดพิเศษ” เพราะจะเปลี่ยนไม่เหมือนกันในแต่ละวัน จากนั้นก็กดรับเอา “รหัสส่วนลด” เพื่อยืนยันกับทางร้านค้าเท่านั้นเอง แค่นี้ก็สามารถช้อปปิ้งสินค้าในราคาที่ถูกลงแล้ว เงินในกระเป๋าก็มีเก็บเพิ่มขึ้นด้วย

4. Acorns เป็นแพลตฟอร์มคล้ายๆ กับการลงทุนในตลาดหุ้นแต่เป็นเพียงเบื้องต้นเท่านั้น จุดประสงค์เพื่อการเพิ่มเงินสำรองในบัญชีได้แบบง่ายๆ แอพฯ นี้เหมาะสำหรับนักลงทุนหน้าใหม่ที่ไม่เข้าใจแต่รักการลงทุน โดยทางแอพฯ จะคอยเป็นไกด์ไลน์ในการลงทุนให้กับเรา ช่วยแนะนำสิ่งที่เราต้องการรู้และวิเคราะห์การลงทุนให้จากผู้เชี่ยวชาญที่เชื่อถือได้ แต่ข้อควรรู้จากแอพฯ นี้ก็คือ จะให้บริการฟรีเพียง 4 ปีเท่านั้น หลังจากนั้นจะมีค่าใช้จ่ายราว 1 ดอลลาร์ต่อเดือนสำหรับบัญชีที่มียอดเงินในบัญชีต่ำกว่า 5,000 ดอลลาร์ (ซึ่งมองๆ ดูแล้วผู้ที่ผลิตแพลตฟอร์มนี้ขึ้นมาอาจจะต้องการสอนให้ผู้ใช้ฝึกทักษะการลงทุนไปด้วย ไม่ใช่แค่เพียงเพิ่มเงินในบัญชีเท่านั้น)

ทั้งนี้ แอพฯ นี้ยังมีการเชื่อมต่อกับบัญชี PayPal กับ Acorn เข้าด้วยกัน ผู้ใช้สามารถจัดการกับเงินภายในแอพฯ PayPal ได้ นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมยอดการลงทุนและดูยอดการโอนเงินลงทุนทั้งหมดโดยไม่จำเป็นต้องเปิดแอปพลิเคชั่น Acorn แต่อย่างใด

5. Mint แอพพลิเคชั่นที่จะช่วยให้เราสามารถบริหารการเงินของตัวเองได้ดีขึ้น โดยผู้ใช้งานจะต้องกำหนดเป้าหมายทางการเงินของตัวเองและให้ระบบช่วยเตือนเพื่อติดตามผลความก้าวหน้าของเป้าหมาย เช่น เป้าหมายเพื่อการซื้อบ้าน การเก็บออมเพื่อชีวิตหลังเกษียณ การท่องเที่ยว หรือเพื่อการชำระหนี้ เป็นต้น

 ระบบปฏิบัติการของแอพฯ นี้ก็คือ การทำรายรับ-รายจ่ายประจำวัน ด้วยคุณสมบัติพิเศษที่จะช่วยเตือนให้ชำระบิลค่าใช้จ่ายต่างๆ ผ่านแอพฯ ได้โดยตรงและตรงเวลา ทั้งยังมีระบบแจ้งเตือนรายจ่ายที่ผิดปกติ เช่น ค่าไฟฟ้า หรือ ค่าน้ำปะปา ที่แพงเกินไปจนผิดปกติ หลังจากนั้นระบบจะเตือนให้ผู้ใช้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อสอดคล้องกับเป้าหมายที่ระบุไว้ตั้งแต่แรก เป็นต้น

 

เครดิตภาพ : www.travelandleisure.com

 

เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!....